ผู้ตรวจกระทรวงพลังงานชี้นักลงทุนทุ่มเงิน2,500ล้านสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแปรรูปRDFในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร

27 ก.พ. 62 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เขต 18 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของการส่งเสริมเรื่องพลังงานทดแทน ซึ่งกำลังเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยได้เดินทางไปที่นิคมอุตสาหกรรมพิจิตรภาคเหนือตอนล่าง โดยมี นายยงยศ วุฑฒิโกวิทย์ พลังงานจังหวัดพิจิตร, นายวิโรจน์ เรืองเลิศศิลป์ ผอ.สนง.นิคมอุตสาหกรรมพิจิตรภาคเหนือตอนล่าง และผู้ประกอบการร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปให้รับทราบว่านิคมอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตรมีพื้นที่ 2,088 ไร่ ซึ่งเมื่อก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการอยู่ในพื้นที่แค่ 10 ราย จากนั้นช่วงปี 2560 จนถึงวันนี้มีผู้ประกอบการสนใจมาลงทุนเพิ่มขึ้นรวมแล้วเป็น 18 ราย ซึ่งประกอบด้วยโรงงานไฟฟ้า 5 ราย , บริษัทผลิตเครื่องสำอาง 1 ราย , บริษัทผลิตถังพลาสติก 1 ราย , บริษัทผลิตเครื่องประดับ 1 ราย รวมเป็นเงินลงทุนหลายพันล้านบาท ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมได้เดินทางลงดูพื้นที่การก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแปรรูป RDF ( Refuse-Derived Fuel ) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอ็นเนอร์ยี 6 จำกัด , บริษัท ศแบงยั่งยืน พิจิตร จำกัด , บริษัท เอวา แกรนด์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด ซึ่งทั้ง 3 โรงไฟฟ้านี้ กำลังดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ใช้เงินในการลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่ง นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เขต 18 ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า “การจัดการขยะถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นส่วนสนับสนุนระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่เรียกว่า เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียน หรือ Bio Circular Economy ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการกำจัดขยะ ซึ่งเป็นการเอาสิ่งที่ไม่ใช้แล้วกลับมาให้มีมูลค่ามากขึ้น ส่วนหนึ่งที่กระทรวงพลังงานจะสนับสนุนเรื่องนี้ได้ ก็คือการส่งเสริมโรงไฟฟ้าที่สามารถกำจัดขยะเหล่านั้นได้ ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และ โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมพิจิตรแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นโมเดลหรือต้นแบบแห่งแรกที่มีโรงไฟฟ้าทั้ง 2 รูปแบบ ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นกลยุทธ์ ที่ตั้งใจอยากจะให้มีการกำจัดขยะในรูปแบบนี้ทั่วประเทศ ก็คือ การแยกจัดทำขยะเป็นก้อนหรือที่เรียกว่า RDF ที่ย่อมาจาก Refuse-Derived Fuel คือการนำขยะมาจัดการให้เป็นเชื้อเพลิงโดยทำออกมาเป็นก้อนหรือขยะที่พร้อมใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงไฟฟ้าได้ การจัดการขยะรูปแบบนี้สามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยสามารถทำเป็นยุ้งฉางแล้วแยกเอาส่วนที่เน่าเสียที่เป็นขยะอินทรีย์ออกต่างหาก ขยะที่เหลือจากขยะอินทรีย์ก็คือ วัสดุเหลือใช้ เหลือทิ้ง เช่น เศษกระดาษ,เศษไม้ , เศษผ้า , เศษพลาสติก ,เศษหนัง , เศษยาง ( ยกเว้นเศษยางรถยนต์ ) ซึ่งสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร มีโรงไฟฟ้าลงมือก่อสร้างแล้ว 3 โรง การลงมาติดตามก็เพื่อให้โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการดูแลสภาพแวดล้อม , การก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุด นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เขต 18 กล่าวทิ้งท้ายว่าทิศทางเรื่องพลังงานประเทศไทยกำลังแยกไลน์เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีมากขึ้นและมีหลายขนาด ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่กำลังเนื้อหอมเป็นที่จับตามองของนักลงทุนที่จะมาลงทุนสร้างธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องพลังงานดังกล่าวนี้อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า...สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า RDF ( Refuse-Derived Fuel ) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมพิจิตรปัจจุบันนี้กลับได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและผู้นำชุมชนที่อยู่รอบข้าง เนื่องจากมีการทำความเข้าใจแล้วว่าโรงไฟฟ้าไม่มีการปล่อยของเสียทั้งน้ำและอากาศ อีกทั้งขยะที่หลายๆคนหวาดกลัวว่าจะเป็นของเน่าของเสีย แท้ที่จริงแล้วคือ เศษวัสดุ 6 อย่างจากโรงงานที่อัดมาเป็นก้อนใส่รถบรรทุกมาจากที่อื่นเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่เอารถบรรทุกขยะหรือการนำเอาขยะมาเทอัดเป็นก้อนอย่างที่หลายๆคนต่างเข้าใจผิด และออกมาต่อต้าน แต่เมื่อได้ไปเรียนรู้ดูงานก็เข้าใจถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงเป็นเหตุให้การนิคมอุตสาหกรรมพิจิตรกลายเป็นพื้นที่ Safety Sone น่าสนใจและน่าลงทุนในเรื่องดังกล่าว

ข่าวทั่วไป

  • nppct
  • 28 มิ.ย. 2563
  • 59

ผู้ว่าฯพิจิตรรับมอบปุ๋ย25ตันจากบริษัทยาราแจกชาวสวนมะม่วงปิ๊งไอเดียทำเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว

วันที่ 28 มิ.ย. 2563 นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีรับมอบปุ๋ยจำนวน 25 ตัน มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท จาก มิสเตอร์เมดิ เซนท์อังเดร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไท

อ่านต่อ...
สส.พิจิตรลงพื้นที่ติดตามงบประมาณการขุดบ่อน้ำขนาดเล็ก1,260ลบ.ม.ในไร่นาเพื่อกักเก็บน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง (22 มิ.ย. 2563) พิจิตรกองทัพบกส่งทหารช่างพร้อมเครื่องจักรกลเร่งขุดลอกแหล่งน้ำ11แห่งแก้ปัญหาภัยแล้ง (15 มิ.ย. 2563) เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ โปรดประทานถุงยังชีพช่วยเหลือชาวอำเภอดงเจริญพิจิตรบรรเทาทุกข์โควิด19 (14 มิ.ย. 2563) ภัยแล้งเป็นเหตุชาวนาพิจิตรกว่า200คนคัดค้านก่อสร้างประตูน้ำบึงสามัคคีกำแพงเพชรอ้างลำคลองต้องใช้น้ำร่วมกัน (6 มิ.ย. 2563) นราพัฒน์ ผช.รมต.เกษตรมั่นใจชลประทานสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำยมสามารถช่วยแก้ภัยแล้ง (23 พ.ค. 2563) แม่น้ำยมพิจิตรแห้งขอดไม่รอแล้วเขื่อนแก่งเสือเต้นกรมชลประทานเร่งมือสร้างอาคารบังคับน้ำแบบขั้นบันได (21 พ.ค. 2563) ชาวบ้านนับร้อยบุกคลังจังหวัดพิจิตรยื่นคำร้องวันสุดท้ายทบทวนสิทธิ์รับเงินเยียวยา5พัน (15 พ.ค. 2563) ผู้ว่าฯพิจิตรสั่งตั้งการ์ดสูงเพิ่มมาตรการกักกันกลุ่มเสี่ยงเฝ้ารอลุ้น8รายจากมาเลเซีย-อินเดียที่จ่อกลับบ้าน (6 พ.ค. 2563) เจ้าคณะจังหวัดพิจิตรแจกถุงยังชีพช่วยลิเกตะพานหินโอดครวญเจอพิษโควิด19ไม่มีงานแสดง (4 พ.ค. 2563) ผู้ว่าฯพิจิตรใจปล้ำเช่ารีสอร์ทสุดหรูใช้เป็นที่กักตัวผู้ที่มาจากภูเก็ตและพื้นที่แพร่ระบาดโควิด19 (3 พ.ค. 2563)