• kungnp
  • 10 ก.ย. 2561
  • 392

พิจิตรวิกฤตการศึกษาโรงเรียนเล็กในชนบทเหลือครูแค่คนเดียววอนรัฐเหลียวแล

ร.ต.ท.กิตติ ศรีโสภณ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาฯของโรงเรียนวัดหงษ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เล่าให้ฟังว่าตนเองเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนวัดหงษ์ เป็นคนในพื้นที่เติบโตอยู่ในชุมชนแห่งนี้ เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้รับราชการเป็นตำรวจจึงได้มีโอกาสกลับมาทดแทนคุณบ้านเกิดและโรงเรียนทุกวันนี้เห็นปัญหาของโรงเรียนวัดหงษ์ ที่ในอดีตมีเด็กนักเรียนนับร้อยคน มีครู 10 กว่าคน แต่ทุกวันนี้ทั้งโรงเรียนมีครูประจำการเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น และมีนักการภารโรงอีก 1 คน มีเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ป.6 รวม 28 คน จึงน่าเป็นห่วงว่าอนาคตของเด็กๆเหล่านี้จะเป็นอย่างไร เพราะเด็กส่วนใหญ่ล้วนมีผู้ปกครองที่เป็นเกษตรกรและทำงานรับจ้างอยู่ในเมืองและไปทำงานต่างจังหวัดทิ้งลูกหลานให้อยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่เป็นคนแก่เฝ้าบ้าน เด็กๆเหล่านี้ครอบครัวส่วนใหญ่มีฐานะค่อนข้างยากจน จึงไม่มีปัญญาที่จะส่งลูกๆไปเรียนที่ในเมือง แต่ในเมื่อนโยบายของรัฐบาลส่งเสริมขอให้เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านแต่กลับกลายเป็นว่าโรงเรียนไม่มีครู นางจรรยา เพ็ชรพงษ์ “ ครูอี๊ด” อายุ 61 ปี จบป.ตรี เอกการประถมศึกษา , จบ ป.โท การบริหารศึกษา อดีตเคยเป็นครูที่โรงเรียนวัดหงส์แห่งนี้มายาวนานถึง 31 ปี แต่ทุกวันนี้ปลดเกษียณแล้วมีเบี้ยบำนาญเดือนละ 48,000 บาท เล่าให้ฟังว่าตนเองและสามีคือ นายเจนศักดิ์ เพ็ชรพงษ์ “ ครูเบิ้ม “ ปลดเกษียณพร้อมกัน แต่ด้วยความผูกพันและเป็นห่วงเด็กนักเรียนที่เป็นลูกศิษย์ ว่า อนาคตจะเป็นเช่นไรหากไม่มีครูมาคอยให้ความรู้เนื่องจากในปัจจุบันนี้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการผูกติดอยู่กับกฎเกณฑ์ว่า มีเด็ก 20 คน จะได้ครู 1 คน แต่โรงเรียนวัดหงษ์แห่งนี้ในอดีตประมาณปี พ.ศ. 2540 เคยรุ่งเรืองมีเด็กนักเรียนมากถึง 120 คน มีครู 10 คน แต่ต่อจากนั้นครูบางคนก็ขอย้าย ครูบางคนก็ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอย่างอื่นจึงทำให้ครูลดลงและไม่มีครูใหม่มาทดแทนรวมถึงเด็กนักเรียนก็เริ่มลดลงไปด้วยเช่นกัน เหตุผลเพราะผู้ปกครองที่มีฐานะก็มีค่านิยมส่งบุตรหลานไปเรียนในเมืองเหลือไว้แต่เด็กๆที่ผู้ปกครองมีฐานะเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็ฝากความหวังไว้กับครู-โรงเรียน ใกล้บ้าน แต่พอถึงวันนี้กลับกลายเป็นว่าโรงเรียนในชนบทต้องพบกับจุดวิกฤติ “ ครูอี๊ด” และ “ ครูเบิ้ม ” ถึงแม้จะปลดเกษียณไปแล้วก็ยังตัดขาดจากโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้ จึงต้องมาช่วยกันสอนเด็กนักเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆแม้แต่บาทเดียว แถมยังต้องควักเงินส่วนตัวปีละเกือบหมื่นบาทมาช่วยเป็นทุนการศึกษาและเป็นเงินกองทุนเพื่อบริหารจัดการโรงเรียนและช่วยเด็กนักเรียนให้อยู่รอดพ้นวิกฤต มีอนาคตทางการศึกษา ซึ่งทำเช่นนี้มาตั้งแต่วันที่ปลดเกษียณจนถึงวันนี้และจะทำต่อไปจนกว่าจะหมดแรง หรือส่งลูกศิษย์ขึ้นฝั่งถ้าโรงเรียนเหลือเด็กคนเดียว หรือคนสุดท้ายก็ตาม เช่นเดียวกับ นางสาวภูริชญา รัศมี อายุ 31 ปี จบการศึกษา ป.ตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ นางสาวพิจิตรา ศรีชู อายุ 25 ปี จบ ป.ตรี สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งคู่เป็นคนภูมิลำเนาอยู่ในตำบลย่านยาวและเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนวัดหงษ์ เล่าว่า เมื่อเรียนจบก็กลับมาช่วยทางบ้านทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม เมื่อมาเห็นโรงเรียนที่ตนเคยเรียนและเห็นเด็กๆที่เป็นรุ่นน้องก็นึกสงสารจึงคิดว่าน่าจะนำความรู้ที่มีมาถ่ายทอดแบ่งปัน จึงได้ขอสมัครมาเป็นครูจิตอาสาช่วยสอนหนังสือ ซึ่งก็ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 6,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ ชาวบ้าน- ผู้ปกครอง- ผู้นำท้องถิ่น – กรรมการสถานศึกษา – ผู้ใหญ่ใจดี ที่ต่างเรี่ยไรลงขันมอบเงินทำบุญมาให้กับโรงเรียนเป็นกองทุนในการจ้างพวกเธอ ถึงแม้ว่าจะมีรายรับไม่มากนักแต่พวกเธอก็บอกว่า ทำแล้วมีความสุขจึงเต็มใจแต่อยากเห็นอนาคตของเด็กๆในหมู่บ้านจึงอยากวิงวอนขอให้ภาครัฐหาแนวทางช่วยเหลือโรงเรียนในชนบทที่ล้วนเจอปัญหาแบบนี้อีกหลายแห่งด้วยเช่นกัน ในส่วนของ นางสมหมาย วิชัย รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหงส์ ที่เป็นครูประจำการเพียงคนเดียวของโรงเรียนแห่งนี้ ทำหน้าที่ทั้งเป็น ครูใหญ่ – ครูน้อย – หัวหน้าฝ่ายพัสดุ และอีกสารพัดตำแหน่งที่เหมารวมคนเดียวเปิดเผยความในใจว่า “ เคยคิดท้อถอยอยากจะลาออก แต่คิดดูแล้วว่า ถ้าตนเองลาออกหรือทิ้งลูกศิษย์ก็เหมือนกับตนเองเป็นฆาตกรถ้าปล่อยลูกศิษย์ให้ลอยแพ จึงยิ้มสู้ยอมทำทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น” ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะต้องสอนหนังสือ จะต้องวิ่งไปประชุม จะต้องนั่งทำเอกสารต่างๆตามระเบียบราชการก็ยังสู้ไหวเหตุเพราะได้เพื่อนครูที่มีจิตอาสารวมถึงมีคนในชุมชนคอยให้กำลังใจ ซึ่งท้ายที่สุดนี้ก็ทำได้แค่พูดว่าอยากขอความเมตตา อยากขอครูเพิ่ม อยากขอเชิญชวนท่านผู้ใจบุญถ้าอยากจะทำบุญในโอกาสสำคัญหรือวันพิเศษจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก หรืออยากจะมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ก็สามารถติดต่อได้ที่ นางสมหมาย ครูโรงเรียนวัดหงส์ โทร 083-9606253 , ร.ต.ท.กิตติ ศรีโสภณ กรรมการสถานศึกษา โทร 087-2020554

ข่าวทั่วไป

  • kungnp
  • 7 มี.ค. 2562
  • 524

พิจิตรสถานการณ์ภัยแล้งลุ่มแม่น้ำยมส่อเค้าวิกฤตแล้วทหารนำชาวบ้านช่วยกันแบกกระสอบทรายวางขวางกั้นทดน้ำ

7 มี.ค. 62 พ.อ.ปฐวี ศรีสุข รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกำลังทหาร ฝ่ายปกครองและส่วนท้องถิ่นรวมถึงชาวบ้านกลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตอำเภอสามง่ามจังหวัดพิจิตร รวมแล้วเกือบ 1

อ่านต่อ...
สมหวังดั่งรอคอยมหาวิทยาลัยแห่งแรกของพิจิตรเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างเป็นทางการแล้ว (6 มี.ค. 2562) รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาจัดเสวนาเกษตรกรชี้ภัยแล้งภัยร้อนคาดทะลุ40องศาเซลเซียส (6 มี.ค. 2562) ผู้ตรวจกระทรวงพลังงานชี้นักลงทุนทุ่มเงิน2,500ล้านสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแปรรูปRDFในนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร (27 ก.พ. 2562) แม่น้ำพิจิตรมองเห็นอนาคตแล้วกองทัพบก-มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติลงพื้นที่เร่งช่วยฟื้นฟู (29 ม.ค. 2562) ทษช.เปิดตัว3ว่าที่ผู้สมัครสส.เมืองชาละวันเปิดเวทีปราศรัยมวลชนนับหมื่นแห่เชียร์เนืองแน่น “ประดิษฐ์คุยฟุ้งยึด3 เขต ” (16 ธ.ค. 2561) พิจิตรประชาชนกว่า6พันคนร่วมขี่จักรยาน “Bikeอุ่นไอรัก” (10 ธ.ค. 2561) พิจิตรกองทัพบกร่วมกับมูลนิธิอุทุกพัฒน์ฯส่งทหารช่างขุดลอกแม่น้ำพิจิตรและคลองข้าวตอกเป้าหมายแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วมหน่วงน้ำช่วยเมืองกรุงหนีน้ำท่วม (10 ธ.ค. 2561) ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งช่วยสังคมผู้สูงอายุเริ่มวิกฤตนับวันจะมากขึ้นล่าสุดมีมากถึง104,862คนติดลำดับที่10ของประเทศ (7 ธ.ค. 2561) ตำรวจทางหลวงเปิดใจช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ใจจริงไม่อยากจับแต่ขอให้ขับรถช้าๆลงหน่อย (5 ธ.ค. 2561) หลวงพ่อขอบิณฑบาตวอนเมตตาช่วย2หนูน้อยพ่อแม่ทอดทิ้งอยู่กับย่าป่วยเป็นมะเร็งฐานะยากจน (4 ธ.ค. 2561)