ท่องเที่ยวตลาดนัดพระเครื่องเมืองพิจิตรแหล่งรวบรวมวัตถุมงคลและงานศิลปะ

พิจิตรได้ชื่อว่า เป็นเมืองเล็กแต่น่ารัก ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองชาละวันเป็นไปอย่างเรียบง่าย เนื่องจากดินแดนแห่งนี้อุดมสมบูรณ์สมกับชื่อ งาม นามเดิม “เมืองสระหลวง” ซึ่งแปลว่าเมืองในท้องน้ำ ดังนั้นพื้นที่จังหวัดพิจิตรกว่า 80% จึงเป็นพื้นที่ปลูกข้าว ดังนั้นชีวิตและความเป็นอยู่จึงผูกติดอยู่กับธรรมชาติและศาสนา ในจังหวัดพิจิตรมีสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา 2 แห่ง ที่เอ่ยชื่อแล้วใครๆก็ต้องรู้จัก หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง และวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่นับได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ใครๆก็ใฝ่หาอยากได้วัตถุมงคล “หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน” มาเพื่อครอบครอง

ในทุกเช้าวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง เที่ยงวัน ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร ( บขส.เก่า ) หรือตลาดใหม่สระหลวง ที่เป็นจุดนัดพบของผู้ที่ชอบพระเครื่องเมืองพิจิตร เนื่องจากบริเวณนี้จัดให้เป็นตลาดนัดพระเครื่อง ซึ่งมีทั้งเซียนพระมืออาชีพ และ ผู้ที่ชื่นชอบสะสมพระเครื่อง พระบูชาสมัครเล่น ต่างมารวมตัวกันในแต่ละวันมีนับร้อยคน ต่างคนต่างนำโต๊ะมาตั้งโชว์วัตถุมงคลที่ต้องการจำหน่าย โดยเสียค่าบริการสถานที่เพียงแค่ 20 บาท ต่อโต๊ะ 1 ตัว ซึ่งเดินนับดูแล้วมีไม่ต่ำกว่า 100 โต๊ะ แต่ละคนขมักเขม้นส่องดูพระควานหาพระแท้ ค้นหาพระที่ตัวเองชื่นชอบในงานศิลปะและรูปลักษณ์ของพระเครื่องในรูปแบบต่างๆ

นายธนพล ไม้สนธิ หรือ “คุณแก้วเซียนพระ” อายุ 62 ปี หรือ ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้นักสะสมพระเครื่องของเมืองพิจิตรที่ใช้ชีวิตยามเช้าวันเสาร์อยู่ที่ตลาดนัดพระเครื่อง ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร ( บขส.เก่า ) หรือตลาดใหม่สระหลวง เล่าให้ฟังว่า ผู้คนที่มาส่วนใหญ่จะปรารถนาเสาะหาหลวงพ่อเงินของวัดบางคลาน ซึ่งก็ต้องบอกว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” กล่าวคือ บางครั้งก็มีพระที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายเอง บางครั้งก็เจอพระก็อปปี้ที่ทำขึ้นมาใหม่คล้ายของจริง เราไม่เรียกว่าพระปลอม เพราะว่าผู้ที่จำหน่ายพระเครื่องที่สถานที่แห่งนี้ก็จะบอกกันตรงไปตรงมาว่าเป็นพระก็อปปี้ หรือบางทีก็เป็นพระแท้ใหม่ที่เป็นวัตถุมงคลของวัดต่างๆที่ทำขึ้น ตลาดนัดพระเครื่องแห่งนี้ถ้าใครมาอยากขายต้องได้ขาย อยากซื้อต้องได้ของดีกลับไป ในแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนนับแสนบาท ราคาซื้อ-ขาย หรือ ราคาบูชาพระเครื่อง เริ่มต้นจากราคา 10 บาท ไปถึงหลักหมื่น หลักแสนบาท ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของวงการพระเครื่องเมืองพิจิตรอีกด้วย เพราะนอกจากมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่องแล้ว สิ่งของประเภทของเก่า ของโบราณ ก็มีการซื้อขายกันในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย สำหรับตลาดนัดพระเครื่องเมืองพิจิตรวันเสาร์จัดที่ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร ( บขส.เก่า ) หรือตลาดใหม่สระหลวง , วันจันทร์ จัดที่ ตลาดพอเพียง อ.วชิรบารมี ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง เที่ยงวัน เป็นประจำ สำหรับท่านใดที่สนใจอยากมาท่องเที่ยว หรืออยากรู้ข้อมูลต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ นายธนพล ไม้สนธิ หรือ “คุณแก้วเซียนพระ” โทร 098-6359746

ข่าวทั่วไป

  • nppct
  • 11 มี.ค. 2564
  • 225

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟให้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว

วันที่ 11 มีนาคม 2564 นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ , นายพิศ วิริยะอารีธรรม ประธานสภา อบจ.พิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ป

อ่านต่อ...
สภาเกษตรกรพิจิตรส่งเสริมปลูกขนุนเป็นทางเลือกใหม่ชี้ประเทศจีนเปิดตลาดรับซื้อราคาดี (1 ก.ย. 2563) พิจิตรเตือนระวังน้ำท่วมแต่เรื่องจริงชาวนากำลังเปิดศึกแย่งน้ำ (30 ส.ค. 2563) ลุ่มน้ำยมพิจิตรระดับน้ำขึ้นต่อเนื่องชลประทานสั่งเร่งระบายน้ำหวั่นน้ำท่วม (23 ส.ค. 2563) ป.ป.ช.พิจิตรเดินหน้าสั่งลุยแก้ปัญหาการขุดลอกและสร้างศาลากลางน้ำบึงสีไฟ (11 ส.ค. 2563) โรงไฟฟ้าRDFนิคมอุตสาหกรรมพิจิตรห่วงใยสุขภาพเยาวชนแจกหน้ากากผ้าต้านโควิด19 (6 ส.ค. 2563) ชลประทานกับชาวนาพิจิตรตั้งวงถกแก้วิกฤตแบ่งปันบริหารจัดการน้ำทั่วถึงเป็นธรรม (1 ส.ค. 2563) ชาวนาพิจิตรเร่งสูบน้ำทำนาไปทางไหนก็ได้ยินเสียงเครื่องสูบน้ำดังสนั่นลั่นทุ่ง (24 ก.ค. 2563) บิ๊กป้อมลงพื้นที่สั่งเร่งแก้ปัญหาบึงสีไฟและแม่น้ำพิจิตรหวังใช้ประโยชน์กักเก็บน้ำฤดูน้ำหลากปีนี้ (15 ก.ค. 2563) แม่น้ำยมแห้งขอดกลายเป็นสนามฟุตบอลเกษตรจังหวัดพิจิตรชี้นาข้าวกว่า1ล้านไร่ไม่มีน้ำทำนา (13 ก.ค. 2563) ชาวบ้านหัวดงเมืองชาละวันยกพวกแห่แจ้งความแน่นโรงพักทองคำราคาโปรโมชั่นสุดท้ายถูกหลอก (12 ก.ค. 2563)